วันเสาร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

บทสนทนากับความว่างเปล่า (Spoken into the void)

ข้อสังเกตประการหนึ่ง คือ สถาปนิกบ้านเราทำงาน present เก่งมาก แต่เมื่อเจาะลึกถึงแนวคิดปรัชญาในตัวผลงานจะอธิบายไม่ค่อยคมคายหรือได้เรื่องได้ราวสักเท่าไร เพราะ นิยมอิ่มเอมจากภาพแต่ไม่อ่าน text
…..
หากสนใจศึกษาแนวคิดในการออกแบบของ Great architect ประกอบประวัติศาสตร์และความเป็นไปในสังคม จะช่วยทำให้เข้าใจบริบท ตลอดจนภาษาที่ฝังตัวอยู่ในงานสถาปัตยกรรมได้ดียิ่งขึ้น คือ งาน art มันเป็นเรื่อง emotional แต่ถ้าเราเข้าใจบริบทคำอธิบายมันจะเป็น science จับต้อง พิสูจน์ได้ เป็นกระบวนการรับรู้เชิงประจักษ์
.....
Adolf Loos เป็นสถาปนิกที่โด่งดังและรู้จักอย่างกว้างขวางในแวดวงศิลปวัฒนธรรมของออสเตรีย ในขณะที่ สถาปนิกจำนวนมากหวงแหนร่องรอยโดยเฉพาะแบบและภาพสเกตช์ เช่น Le Corbusier เป็นอาทิ แต่ Adolf Loos กลับไม่ทิ้งร่องรอยใด ๆ ให้สืบค้นนัก เขาทำลายเสียสิ้น ทำให้ภาพของสถาปัตยกรรมยุค modern ถูกมองผ่านผลงานและแนวคิดของ Le Corbusier หรือสถาปนิกอื่นเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่เมื่อได้เสพบทสนทนากับความว่างเปล่า (spoken into the void) แล้วจึงเห็นได้ว่า ปรัชญาการออกแบบของ Adolf Loos ลึกซึ้งและทิ้งรอยพัฒนาการของสถาปัตยกรรมยุค modern ไว้อย่างแยบคายและกระจ่างชัดดั่งหงายของที่คว่ำออกมาทีเดียว
.....
ความยากจนไม่ใช่เรื่องน่าอับอาย มิใช่ทุกคนที่เกิดมาบนกองเงินกองทอง แต่การเสแสร้งว่าร่ำรวยนั้นเป็นเรื่องน่าขัน 
.....
เป็นข้อความหนึ่งที่ Adolf Loos วิพากษ์งานสถาปัตยกรรมในเวียนนาที่พยายามลอกเลียนเปลือกอันหรูหราของสถาปัตยกรรมยุค Renaissance และ Baroque อย่างปลอม ๆ เหมือนพวกเศรษฐีใหม่ที่มักเข้าใจว่าผู้คนไม่สามารถสังเกตเห็นของลวง ด้วยเข้าใจว่าเครื่องประดับตกแต่งปลอม ๆ ที่นำมาใช้นั้นทำหน้าที่ของมันอย่างสมบูรณ์ แต่แท้จริง ผู้คนล้วนยิ้มเยาะต่อความพยายามเหล่านั้น จากส่วนหนึ่งในบทความเรื่อง “Potemkin City
.....
หมู่บ้าน Potemkin เป็นหมู่บ้านที่สร้างขึ้นจากผ้าใบและไม้อัดโดยขุนนางเจ้าเล่ห์ของจักรพรรดินีแคทเธอรีน มูลเหตุที่สร้างขึ้นก็เพื่ออำพรางว่าทะเลทรายอันรกร้างนั้นเป็นทิวทัศน์ในชนบทอันงดงามในยามจักรพรรดินีเสด็จผ่าน
.....
ถ้ามีเวลาว่างก็อยากแนะนำให้หามาลองอ่านนะหนังสือเล่มนี้ ดีมาก ๆ
.....